นิคกี้ บัตต์ อะไหล่ห้องเครื่องหมายเลขสองของปีศาจแดง

นิคกี้ บัตต์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 1975 เกิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยบัตต์ได้เริ่มต้นเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมโดยเขาได้เริ่มเล่นในตำแหน่ง กองกลาง และพัฒนาตัวเองเรื่อยมาจนในปี 1992/1993 เซอร์อเล็กก็ได้ปฏิรูปทีมขึ้นมาใหม่และบัตต์ก็ได้ขึ้นมาติดทีมชุดนั้นพร้อมกับเหล่าเด็กปีศาจอย่าง เดวิด แบคแฮม,ไรอัน กิ๊กส์,พอล สโคลส์,แกรี่ เนวิลล์และฟิล เนวิล โดยเด็กปั้นเหล่านี้ของเซอร์นั้นได้พาทีมประสบความสำเร็จมากมาย จนได้รับฉายาว่า คลาฟ ออฟ92

บัตต์ ได้ลงสนามรับใช้ทีม ปีศาจแดง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1992 ในนัดที่เจอกับโอลด์แฮม แอธแลติก แต่ดูเหมือนในช่วงแรกที่ขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เจ้าตัวเหมือนจะไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงเล่นสักเท่าไรเพราะเนื่องจากในตอนนั้นทีมมีทั้ง รอย คีน และพอล อินซ์

ประวัติ นิคกี้ บัตต์
ประวัติ นิคกี้ บัตต์

จนกระทั่งในปี 1995 อินซ์ได้ย้ายไปเล่นให้กับงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน นั้นจึงส่งผลให้บัตต์ได้รับโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และก็ไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งนี้ของเจ้าตัวนั้นหลุดไป เพราะบัตต์สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและเล่นได้เข้าขากับ รอย คีนส์ เป็นอย่างมากจนสามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน 

ด้วยฟอร์มในกับรับใช้ปีศาจแดงของเจ้าตัวนั้นโดดเด่น ทำให้เขาได้มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษU-21 ในปี 1996/1997 แต่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้การเป็นตัวจริงสักเท่าไร เพราะตัวนั้นทีมชาติอังกฤษได้มีเด็กที่สดกว่าอย่าง สตีเว่น เจอร์ราด

หลังจากรับใช้ทีมชาติเสร็จในปี 1997/1998 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อได้ขาดผู้นำจอมดุอย่าง รอย คีนส์  ไปเนื่องจากเจ้าตัวนั้นได้รับบาดเจ็บแต่บัตต์ก็สามารถเข้ามาเติมเต็มในส่วนนั้นได้ดี เขาทำหน้าที่ในการไล่บี้บอล การเข้าปะทะคู่แข่งได้อย่างดีเยี่ยมและไม่น้อยหน้าไปกว่า รอย คีนส์เลย 

ถึงแม้ว่าตัวกัปตันทีมอย่าง คีนส์ จะหายจากอาการบาดเจ็บและกับมายึดตำแหน่งตัวจริงคืนไปได้ แต่บัตต์ก็เป็นเหมือนอะไหล่สำรองที่เครื่องแรง วิ่งสู้ฟัต มีความแข็งแกร่ง การได้การเสีย ซึ่งในจุดนั้นเซอร์อเล็กก็มองเห็นอยู่แล้วทำให้เขาก็ยังใช้งานบัตต์ อยู่บ่อยครั้ง

จนกระทั้งเมื่อปี 1999 ปาฏิหารย์ก็ได้มาเยือนเหล่าปีศาจแดงอีกครั้งหนึ่งเมื่อพวกเขาสามารถคว้าทริปเปิลแชมป์อย่างแชมป์ พรีเมีย,เอฟเอและยูฟ่า  ไปครองได้สำเร็จ และบัตต์ยังได้ลงเป็นตัวจริงในศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกนัดที่เจอกับ บาเยิร์น มิวนิค และนั้นเองทำให้ชื่อของ คลาส ออฟ 92 นั้นได้ติดตาตรึงใจของเหล่าสาวกปีศาจแดงไปตลอดการ

และเจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้งในศึกฟุตบอลโลกปี2002 โดยเล่นจับคู่กับเพื่อนๆของเขาอย่าง เดวิด แบคแฮม และพอล สโคลส์ ในตำแหน่งที่เจ้าตัวได้รับนั้นคือ กองกลางตัวรับ ที่ต้องคอยคุมจังหวะเกมส์ในแดนกลางและไล่บอลเข้าปะทะคู่แข่ง ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมจนโดยเฉพาะในศึกที่ทีมชาติอังกฤษต้องเจอกับทีมชาติบราซิล จนได้รับการยอมรับจากตำนานลูกหนังอย่าง เปเล่ ว่าบัตต์นั้นคือผู้เล่นที่ดีที่สุดของอังกฤษในชุดนั้น

บัตต์ตัดสินใจย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

และในปี 2004 บัตต์ก็ได้ตัดสินใจย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปหลังจากที่คอยช่วยเหลือทีมให้ประสบความสำเร็จมากมาย โดยเจ้าตัวอยู่รับใช้ปีศาจแดงถึง 13 ปี ลงสนามไปทั้งหมด 270 นัด ยิงไป 21 ประตู โดยเจ้าตัวได้ย้ายไปเล่นให้กับนิวศาสเซิล ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์

แต่ดูเหมือนเจ้าตัวยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่อยู่ทัพปีศาจแดงไม่ได้ ทำให้บัตต์ต้องถูกปล่อยยืมไปให้กับเบอร์มิงแฮม ซิตี้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะย้ายกับมายังสาลิกาดงภายใต้การคุมทีมของ เกล็นน์ โรเดอร์ ซึ่งกุนซือคนนี้สามารถรู้วิธีใช้งานบัตต์ จนทำให้เขาก้าวเขามาเป็นตัวหลักของทีมได้ในไม่ช้า และในปี 2009/2010 เจ้าตัวได้รับความไว้วางใจกับโค้ชและเพือนๆร่วมทีมให้รับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตัน

ก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมาในช่วงปั้นปลายอาชีพ บัตต์ก็ย้ายไปร่วมทัพกับเซาธ์ ไชน่า ของฮ่องกง ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายของเจ้าตัวก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดในปีถัดมา และในเดือนตุลาคม ปี 2012 บัตต์ก็ได้กลับมาที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้งหนึ่งในฐานะโค้ชทีมเยาวชน โดยได้คอยปลุกปั้นเหล่าปีศาจตัวน้อยๆให้แข็งแกร่งจนสามารถมาเป็นกำลังหลักของทีมชุดใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็น มาคัช แรฟฟอร์ด,เจสซี่ ลินการ์ด และ พอล ป็อกบา