ประวัติ จอห์น เทอรี่ ปราการหลังสุดแกร่ง ของทีมเชลซี จากอังกฤษ

จอห์น เทอรี่ เกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1980 เกิดที่บาร์กิง เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง โดยในวัยเด็กเจ้าตัวเป็นแฟนตัวยงของทีมปีศาจแดง แมนยู โดยเจ้าตัวชอบจดจำการเล่นของทีมปีศาจแดงแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเองอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้เจ้าตัวติดทีมซันเดย์ ลีกในท้องถิ่นของเซนต์หรับ แต่ในตอนนั้นเจ้าตัวเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมเจ้าตัวได้ฝึกฝีเท้าอยู่ที่นั้น จนเมื่ออายุได้ 11 ขวบ ปี 1991 เขาก็ได้เป็นนักแตะของทีมเยาวชนเวสแฮม ยูไนเต็ด จนโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจจนทำให้ในอีก 3 ปี เขาก็ได้ถูกเชลซีดึงตัวเข้าไปอยู่ในทีมเยาวชนเชลซี

        และในฤดูกาลที่ 1998 ก็ถึงเวลาที่เจ้าตัวต้องเลือกเบอร์กลางแผ่นหลังของตัวเองก็อย่างที่ใครหลายๆคนรู้จักว่าเจ้าตัวเลือกเบอร์ 26 นั้นก็เพราะว่าเพราะเขาอยากนั่งข้างๆ จานฟรังโก้ โซล่า ที่ใส่หมายเลข 25 ที่เจ้าตัวชื่นชอบในตัวของโซล่าเป็นอย่างมาก เหตุผลมันก็แค่นั้น และเขายังได้ลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในวัย 18 ปี โดยที่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงมาในเกมส์คาร์ลิง คัพ ในนัดที่เชลซีต้องพบกับแอสตันวิลล่า แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้ จนทำให้เขาต้องถูกปล่อยยืมไปให้น็อตติ้งแฮมเฟอร์เรส เพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่การไปที่นั้นของเจ้าตัวมันกับทำให้เขามีฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก

ประวัติ จอห์น เทอรี่
ประวัติ จอห์น เทอรี่

จอห์น เทอรี่ กับตำแหน่งกัปตันทีมเชลซี

        และหลังจากที่หมดสัญญาเขาก็กลับมาอยู่กับสิงห์บลูและอยู่ฟูมฟักฝีเท้าที่เชลซีจนได้รับปลอกแขนกัปตันทีมครั้งแรกเมื่อปี 2004 ในศึกพรีเมียร์ลีกที่เชลซีต้องพบกับ ชาร์ลตัน แอธเลติก เท่านั้นยังไม่พอเพียงปีแรกเขาได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเขาก็สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปได้สำเร็จ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์คาร์ลิงคัพ ไปครองได้อีกด้วย ก่อนที่ในปี2003 เจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัลผู้เล่นของสโมสรในปีนั้นไปครองได้อีกด้วยและก็ได้ถูกเลือกให้ไปติดทีมชาติอังกฤษในท้ายที่สุดและก็สามารถคว้าปลอกแขนกัปตันทีมมาครองได้ 

        ในฤดูกลา 2005/2006 เขาก็สามารถพาทีมป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้อีกด้วยด้วยความสามารถที่โดดเด่นและความเป็นผู้นำอันสูงส่ง ทำให้เจ้าตัวโดดไปคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองได้อีก แม้ในฤดูกาลที่ 2006/2007 เจ้าตัวจะได้รับบาดเจ็บจนทำให้ต้องพักฟื้นอยู่พักหนึ่งแต่เจ้าตัวก็หายกลับมาทันจนสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในปีนั้นไปครองได้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวยังไม่หายสนิททำให้ในฤดูกาล 2007/2008 เจ้าตัวได้ลงสนามเพียง 37 นัด จากการลงแข่งขันทั้งหมด 62 เกมส์

        แต่เจ้าตัวก็ไม่พลาดนั้นสำคัญอย่างศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ที่กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย ที่เชลซีต้องพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมส์ในคำคืนนั้นเป็นเกมส์ที่ดุเดือดอย่างมากและลากยาวมาจนถึงจุดโทษ และเป็นเหตุการณ์ที่เทอรี่ จำได้ไม่มีวันลืมเนื่องจากเจ้าตัวเป็นคนสังหารจุดโทษคนสุดท้ายถ้ายิงเข้าทีมจะคว้าแชมป์ไปครอง แต่แล้วทุกอย่างมันก็กลายเป็นฝันร้ายของเจ้าตัวเมื่อตอนที่กำลังจะวิ่งไปซัดบอลนั้นเจ้าตัวได้สะดุดลื่นในขณะที่กำลังจะง้างเท้ายิงพอดี ทำให้บอลนั้นกระเด็นไปชนเสาส่งผลให้แมนยูปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ เจ้าตัวรู้สึกเสียใจอย่างมากแต่แต่เจ้าตัวก็สามารถฟื้นสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็วจนกระทั้งในฤดูกาลต่อมา เจ้าตัวได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมจนสามารถพาทีมคว้าถ้วยเอฟเอคัพไปได้ 

        และในฤดูกาลที่ 2009/2010 เจ้าตัวเป็นกัปตันทีมคนแรกที่สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปครองได้ด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ แต่พอในปี 2012 เทอรี่ได้ลาออกจากการลงเล่นในทีมชาติอังกฤษเพื่อต้องการแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไป เมื่อเจ้าตัวถูกทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษได้สั่งแบนเนื่องจากการตัวได้ไปเหยียดผิวใส่ แอนทอน เฟอร์ดินานด์ ของทีมควีนส์พาร์กเรนเจอส์

        และในฤดูกาล2014/2015 ได้สร้างสถิติทุกเล่นทุกนัดในทุกรายการการแข่งขันเท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวยังสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์และอีเอฟแอล คัพ ไปครองได้อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวยังทำลายสถิติผู้เล่นกองหลังที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดในลีกได้อีกด้วยด้วยการยิงไปถึง 39 ประตู แซงหน้า เดวิด  อันสเวิร์ท ตำนานฟลูแบ็กของเอฟเวอร์ตันได้อีกด้วย