ประวัติ ฟิล เนวิลล์ สุดยอดผู้เล่นที่ต้องอยู่ใต้ร่มเงาของพี่ชาย

ฟิล เนวิลล์ หรือ ฟิลิป จอห์น เนวิลล์ เกิดวันที่ 21 มกราคม 1977 เป็นคนแมนเชสเตอร์โดยกำเนิดและยังเป็นน้องชายแท้ๆของ แกรี่ เนวิล ตำนานแบคขวาของทีมปีศาจแดง โดยฟิลนั้นเริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับศูนย์ฝึกเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งยังอยู่ในยุคของตำนานประวัติศาสตร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่าง คลาส ออฟ 92 

โดยฟิลได้ลงสนามใส่สีเสื้อปีศาจแดงเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1994/1995 แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสในการเล่นเป็นตัวจริงเท่าที่ควร เพราะเนื่องจากปีศาจแดงมีแบคซ้ายอย่าง เดนิส เออร์วิน ที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีกว่าเจ้าตัวคอยยึดตำแหน่งตัวจริงอยู่

ทำให้เจ้าตัวมีความต้องการที่จะย้ายออกจากทีมเพื่อต้องการที่จะลงเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยฟิลนั้นอยู่รับใช้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 ฤดูกาล ลงเล่นไป 263 นัด ยิงได้ 5 ประตู และยังมีส่วนช่วยให้ปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียลีก 6 สมัย,เอฟเอคัพ 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกอีก 1 สมัย

ประวัติ ฟิล เนวิลล์
ประวัติ ฟิล เนวิลล์

เส้นทางนักเตะของ ฟิล เนวิลล์ ได้เล่นร่วมกับพี่ชายอย่าง แกรี่ เนวิลล์

โดยในปี 1996/1997 ฟิลได้มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกทั้งยังได้เล่นร่วมกับพี่ชายของเขาอย่าง แกรี่ เนวิลล์ เหมือนตอนอยู่ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดเปิดที่ทีมชาติอังกฤษต้องพบกับทีมชาติจีน ก่อนที่ในศึกยูโรปี 2000 เขาจะได้รับโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมชาติอีกครั้ง

แต่ดูความที่มีพี่ชายที่เก่งขนาดนั้นทำให้ใครๆต่างก็พากันคาดหวังในตัวฟิลว่าจะต้องเก่งอยู่ในระดับเดียวกับพี่ชาย แต่เขาก็ไม่สามารถตอบรับความคาดหวังนั้นได้ ส่งผลให้เจ้าตัวต้องนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวสำรองอยู่บ่อยครั้ง

ก่อนที่ในปี 2005 เขาจะตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ และการย้ายไปที่นั้นของเจ้าตัวดูเหมือนจะแฮปปี้เป็นอย่างมากเพราะเขาได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในแบคซ้ายอย่างที่เจ้าตัวต้องการมาโดยตลอด และด้วยความสามารถทางฝีเท้าบวกกับทัศนคติที่ยอดเยี่ยม จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ และได้รับให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมได้ในปี 2007

แม้ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับทอฟฟี่สีน้ำเงิน เขาไม่สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ใดๆมาได้ก็ตาม แต่เขาก็ช่วยยกระดับทีมในตอนนี้ให้ดีขึ้นมาที่พอจะต่อกรกับทีมใหญ่ๆได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ก่อนที่เจ้าตัวประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2013 

หลังจากที่ประกาศแขวนสตั๊ดไปเจ้าตัวก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการฟุตบอล จนเมื่อปี 2018 เขาได้รับโอกาสให้คุมทีมชาติอังกฤษหญิง ในศึกฟุตบอลโลก 2019 ของฟีฟ่าผู้หญิง ซึ่งการคุมทีมชาติครั้งนี้ของเขาประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะฟิลนั้นสามารถพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ SheBelieves Cup 2019 ไปครองได้ ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับตั้งแต่งเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษผ็หญิง ไปเล่นในโอลิมปิกหน้าร้อนปี 2020 อีกด้วย