ประวัติ อลัน เชียเรอร์ สุดยอดกองหน้าของทีมนิวคาสเซิ่ล

อลัน เชียเรอร์ เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1970 ในย่านกอสฟอร์ธ เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ โดยในวัยเด็กเขาก็เหมือนเด็กคนอื่นทั่วไปที่ชื่นชอบในการเล่นฟุตบอลกับเพือนๆ และหลังจากแตะกับเพือนเสร็จเจ้าตัวก็แอบไปฝึกซ้อมฟุตบอลตัวคนเดี่ยวอยู่เป็นประจำ โดยตั้งอกตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะได้ลงเล่นให้กับทีมนิวคาสเซิล ที่เป็นทีมรักของเจ้าตัวโดยเมื่อเจ้าตัวอายุ 12 ปี ก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนกอสฟอร์ธ ไฮ และได้ไปคัดตัวนักฟุตบอลประจำโรงเรียนจนสามารถติดทีมโรงเรียนได้ในทีมสุด

           ด้วยในตอนนั้นเจ้าตัวจะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งกองกลางซะส่วนใหญ่ ซึ่งตำแหน่งที่เขาถนัดจริงๆคือกองหน้าและบทพิสูจตัวเองในฐานะกองหน้าก็มาถึง เมื่อกองหน้าตัวเก่งประจำโรงเรียนเกิดได้รับบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้โค้ชจึงส่งตัว เชียเรอร์ ลงมาเล่นในกองหน้าและก็ได้โชว์ฝีเท้าในการเล่นตำแหน่งนี้ให้ทุกๆคนในสนามได้ตะลึ่ง

           เนื่องจากเจ้าตัวซัดคนเดียวไปถึง 13 ประตูในเกมส์เดียว มันเป็นฟอร์มที่ดุดันมากและด้วยผลงานขนาดนี้ทำให้แมวมองของทีม วอลเซนด์ บอยส์ ทีมชื่อดังประจำท้องถิ่นได้เชิญเชียเรอร์มาเล่นให้กับทีมและเขาก็สามารถโชว์ฝีเท้าจนเป็นนักแตะคนสำคัญของทีมได้ในเวลาไม่นาน

          ด้วยความฝันของเจ้าตัวก็ได้เปิดทางให้ เมื่อทางนิวคาสเซิ่ล ได้เรียกตัวอลันไปทดสอบฝีเท้าแต่การทดสอบในครั้งนั้นทำให้ฝันของเจ้าตัวสลายไปทันที เนื่องจากเจ้าตัวไม่สามารถโชว์ฟอร์มจนผ่านเกณฑ์ได้ทำให้ทางนิวคาสเซิลได้ปฏิเสธที่จะดึงตัวเขามาร่วมทัพไปในครั้งนั้น แต่การปฏิเสธในครั้งนั้นกับได้พลิกชีวิตของเขา เมื่อเขาได้เจอกับผู้ที่คอยพลักดันเขาอย่าง แจ็ค ฮิกซ์สัน ที่คอยช่วยเหลือเขาในทุกด้านๆ และจัดหาทีมเพื่อให้เจ้าตัวไปได้ทดสอบฝีเท้า และเจ้าตัวก็ได้ไปทดสอบฝีเท้าให้กับสโมสรดังๆอยู่หลายสโมสรไม่ว่าจะเป็น แมนซิ,ซันเดอร์แลน,และเวสต์บรอม แต่ทั้งหมดก็ได้ปฏิเสธเขาทั้งนั้นแต่อลันก็ไม่เคยยอมแพ้กับมุ่งมันพัฒนาฝีเท้าอยู่ตลอด

ประวัติ อลัน เชียเรอร์
ประวัติ อลัน เชียเรอร์

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ อลัน เชียเรอร์

           จนสุดท้ายความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั้น เขาก็ได้เข้าไปร่วมกับทีมเซาแทมป์ตัน ด้วยวัยเพียง 15 ปี แต่เขาก็ต้องใช้เวลาฝึกซ้อมด้านร่างกายและจิตใจอย่างหนักเป็นเวลา 2 ปี จนสามารถลงเล่นในตำแหน่งตัวจริงให้กับทีมได้เมื่อปี 1988 ที่เซาแทมป์ตันต้องพบกับอาร์เซน่อลแน่นอนว่านี้คือโอกาสครั้งแรกของเจ้าตัวและเขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งนี้หลุดลอยไป หลังจากลงสนามไปได้แค่ 5 นาที เจ้าตัวก็ยิงประตูแรกให้กับตัวเองได้ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่จุดยอดมากที่เจ้าหนูคนนี้ในวัย 17 ปี สามารถยิงประตูทีมใหญ่ได้  แต่มันยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อลูกแรกมาแล้ว ลูกสอง ลูกสาม ก็ค่อยๆผ่านมา จบเกมส์เซาแฮมตันเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-2 และนั้นคือแฮททริกแรกของเจ้าตัวที่สามารถทำได้ด้วยวัยเพียง 17 ปี กับ 8 เดือน และทำให้เขาดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน

           แต่ทุกอย่างมันก็ดังได้แค่แปปเดียวเมื่อเจ้าตัวได้รับโอกาสในการลงเล่นบ่อยขึ้นแต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนตอนที่ลงสนามครั้งแรก ทำให้เขาต้องถูกดรอปไปเป็นตัวสำรองในที่สุดทำให้เจ้าตัวเข้าใจในสถานการณ์ครั้งนี้อย่างชัดเจน เขามุ่งมั่นฝึกซ้อมตัวเองอย่างหนักอีกครั้งเพื่อต้องการยึดตำแหน่งตัวจริงมาให้จนได้และเมื่อฤดูกาลที่ 4 มาถึง เจ้าตัวซัดไปทั้งหมด 14 ลูก จากการลงเล่น 48 นัดและมีชื่อติดทีมชาติรุ่นอายุไม่กิน 21 ปี และในเกมส์ที่รับใช้ทีมชาตินั้นเจ้าตัวกดไป 7 ลูก จากการลงสนามเพีง 4 นัด ส่งผลให้อังกฤษคว้าแชมป์ครั้งนั้นไปครองได้และเจ้าตัวยังได้ตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ และได้รับผลโหวตให้เป็นนักแตะทรงคุณค่าอีกด้วย

           ต่อมาในปี 1992 อลันได้เป็นนักแตะที่หลายๆทีมทั่วเกาะอังกฤษต่างต้องการตัวเขาไปร่วมทัพทั้งนั้นและทีมที่ได้ตัวเขาไปคือ แบล็กเบริ์นโรเวอร์ส ด้วยค่าตัว 3.3 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวสถิติของเกาะอังกฤษ ณ เวลานั้น โดยมาเพียงแค่ปีแรกเข้าก็สามารถยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่จะถูกมรสุมของชีวติที่เรียกว่า อาการบาดเจ็บเล่นงานในช่วงต้นฤดูกาล 1993/1994 ซึ่งเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่บริเวณเส้นเอ็น ในเกมส์ที่แบล็กเบิร์นต้องพบกับ ลัดส์ ยูไนเต็ด ทำให้เจ้าตัวต้องพักฟื้นอยู่เป็นเวลา 9 เดือนเต็มๆ

           แต่หลังจากที่หายจากอาการบาดเจ็บเขาก็กลับมาโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้อีกครั้งได้การซัดไปครั้งคนเดี่ยวถึง 31 ประตู และช่วยพาทีมจบอันดับที่ 2 และยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปี 1993/1994 ไปได้อีกด้วย แต่ดูเหมือนความโหดของเจ้าตัวยังไม่หยุดอยู่แค่นี้เมื่อในฤดูกาลที่ 1994/1995 เขาได้ช่วยให้ทีมกุหลาบไฟคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ ไปครองได้หลังจากที่ต้องรอคอยมาอย่างยาวนานกว่า 80 ปี และยิงคนเดียวไปถึง 34 ลูกทำให้เจ้าตัวสามารถคว้ารางวัล PFA ไปครองได้อีกด้วย

           และแล้วฝันของเจ้าตัวก็ได้เดินทางมาถึง เมื่อปี 1996 เขาได้เซ็นสัญญากับสโมสรที่ตัวเองรักอย่างนิวคาสเซิล ด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกอยู่ที่ราคา 15 ล้านปอนด์ โดยเจ้าตัวหวังว่าการก้าวเท้าเข้ามายังถิ่นเซนต์เจมส์ ปาร์ก ครั้งนี้จะช่วยให้ทีมสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่แล้วเขาก็ไม่สามารถทำฝันให้เป็นจริงได้เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่กับสโมสรในฝันของเจ้าตัว 10 กว่าปีนั้นทีมก็ขึ้นๆลงๆในตารางคะแนนอยู่ตลอดเวลาและยังอีกอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวที่คอยรบกวนอยู่ตลอด แต่ถึงกระนั้นเขาก็สามารถยิงจนเป็นดาวซัลโวของทีมและกลายมาเป็นตำนานของทีมและของเหล่าแฟนบอลดงสาริกาได้ตราบชั่วนานเท่านาน