ประวัติ เจมี คาร์เรเกอร์ สุดยอด วันแมนคลับ ของหงส์แดง

เจมี คาร์เรเกอร์ หรือ เจมส์ ลี ดันแคน เจมี คาร์เรเกอร์ เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม 1978 เกิดที่เมอร์ซีไซร์ ประเทศอังกฤษ โดยในวัยเด็กเจมี่เป็นแฟนตัวยงของทีมเอฟเวอร์ตันเนื่องจากคุณพ่อของเขาชื่นชอบในทัพ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ในวัยเด็กเจมี่เข้าไปเรียนอยู่ที่ศูนย์ฝึกของเอฟเวอร์ตันเป็นเวลา 1 ปี

เมื่อเจ้าตัวอายุได้ 11 ขวบ ก็ได้ย้ายไปอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนของ ลิเวอร์พูล เพราะในตอนนั้นศูนย์ฝึก ลิเวอร์พูล มีการเรียนการสอนที่ดีกว่าภายใต้หลักสูตรของสตีฟ ไฮเวย์ แต่ดูเหมือนการไปครั้งนี้ของเจ้าตัวนั้นไม่ถูกยอมรับสักเท่าไร เนื่องจากเจมี่มีรูปร่างเล็กเกินไป ทำให้เจ้าตัวต้องใช้เวลาในการปรับตัวและยังปรับตำแหน่งการเล่นมาเล่นยังตำแหน่งกองกลาง

ดูเหมือนเจ้าตัวจะค้นพบตำแหน่งที่ตัวเองถนัดจนสามารถโชว์ฟอร์มอันร้อนแรงให้กับทีมสำรองของลิเวอร์พูลได้อย่างดี เจ้าตัวได้ลงเล่นเกมส์แรกในสีเสื้อของหงส์แดงเมื่อฤดูกาล 1996 ในการแข่งขัน FA Youth Cup ด้วยการบุกไปเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 4-1 

ถึงแม้ตัว เจมี่ จะไม่ใช่นักแตะที่มีพรสวรรค์ไรมากมายแต่จุดขายของเจ้าตัวคือจิตวิญาณของความเป็นนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้จนสามารถขึ้นมาติดทีมใหญ่ได้ ถาตใต้การคุมทีมของ รอยอีแวนส์ โดยตัวของเจมี่นั้นเลือกที่จะหลบแสงไฟจากสปอตไลค์และอุทิศตัวให้กับฟุตบอลอย่างเต็มที่ เจ้าตัวฝึกหนักทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อที่จะสามารถเล่นเคียงข้างกับสตีเว่น เจอร์ราด และสตีฟ แมกมานามา จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวนั้นได้รับฉายาว่า Spice Boy 

จนในปี 2000/2001 เขาจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยลิเวอร์พูลคว้าทริปเปิลแชมป์และยังเป็นถ้วยรางวัลแรกของเจ้าตัวในฐานะนักแตะอาชีพอีกด้วย ด้วยการพาทีมคว้าเอฟเอคัพ,ลีกคัพ และยูฟ่าคัพ เป็นยุครุ่งเรื่องของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ แต่ความสุขก็อยู่กับเจมี่ได้ไม่นานเมื่อในฤดูกาล 2003/2004 เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากการเข้าปะทะกับ ลูคัส ของสโมสรแบล็กเบิร์นโรเวอร์ ส่งผลให้เจ้าตัวขาหักและถูกหามตัวส่งโรงพยาบาลในที่สุด

ประวัติ เจมี คาร์เรเกอร์
ประวัติ เจมี คาร์เรเกอร์

เจมี คาร์เรเกอร์ ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง

และหลังจากที่หายเจ็บเจ้าตัวก็กลับมาฟิตอีกครั้งในฤดูกาล 2004/2005 และเรียกว่าในฤดูกาลนี้เจ้าตัวเป็นจุดศูนย์กลางของทีมในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตส นอกจากความแข็งแกร่งและการเล่นที่ชาญฉลาดแล้ว ตัวเจมี่ก้ยังมีความเป็นผู้นำในการบัญชาการแผลหลังได้สูงด้วย

ส่งผลให้ลิเวอร์พูลสร้างปาฏิหาริย์ ที่อิสตันบูลได้สำเร็จด้วยการโกงความตายพลิกกลับมาเอาชนะเอซี มิลานและปาดหน้าคว้าแชมป์เปี้ยนลีกไปครองได้ในที่สุด และเจ้าตัวยังโดดไปคว้ารางวัลส่วนตัวอย่างนักแตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำสโมสรได้อีกด้วย

เจ้าตัวก็ยังสามารถโชว์ฟอร์มได้อยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งในปี 2007 เจ้าตัวได้รับการโหวตจากแฟนๆของหงส์แดง ด้วยการเป็นนักแตะยอดเยียมประจำปีนั้นอีกครั้งหนึ่ง โดยในปี 2012/2013 เจ้าตัวได้ลงสนามให้กับลิเวอร์พูลในเกมส์นั้นเป็นเกมส์ที่ 700 พอดี ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง แรนแดน ร็อดเจอร์ส ก่อนที่ในวันที่ 9 มีนาคม 2013 เจ้าตัวจะลงเล่นในเวทีพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 500 ของเจ้าตัว ซ้ำยังสามารถเอาชนะท็อตแนมฮอตสเปอร์ ไปได้ด้วยสกอร์ 3-2

ในนัดสุดท้ายของการค้าแข้งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2013 เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นเกมส์ที่ 737 และยังช่วยทีมให้เอาชนะ ควีนปาร์คเรนเจอร์ ไปได้ด้วยสกอร์1-0 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงนาทีที่ 87 พร้อมทั้งแฟนตบมือจากเหล่าแฟนบอลทั่วสนามให้กับชายผู้ที่อุทิศตัวให้กับสโมสรนี้เป็นเวลาอย่างเนินนาน

และหลังจากเกษียณจากการเลิกเล่นฟุตบอลไป เจ้าตัวได้จัดตั้งมูลนิธิ 23 มูลนิธิเพื่อการกุศลโดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือศูนย์เยาวชนของเมอร์ซีย์ไซด์ ทั้งเจ้าตัวยังบริจาคเงินจำนวน 1ล้านปอนด์ให้แก่มูลนิธิอีกด้วย และจากนั้นเจ้าตัวก็ไปทำงานเป็นนักวิจารณ์ฟุตบอลของ Sky Sport พร้อมกับ เกลี่ เนวิลล์ กับ เจมี่ เรดแนป อีกด้วยในปี 2013