ประวัติ เดวิด ซีแมน สุดยอดระดับตำนานมือกาวของเดอะกันเนอร์

เดวิด ซีแมน หรือ เดวิด แอนดรูว์ ซีแมน เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1963 เกิดที่เมืองยอร์กเชอร์ ประเทศอังกฤษ เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพที่สโมสรลีดส์ ยูไนเต็ดในปี 1981-1982 แต่ดูเหมือนฟอร์มของเขาจะไม่เป็นที่ต้องการของผู้จัดการทีมและไอดอลของเขาอย่าง เอ็ดดี้เกรย์

ทำให้เจ้าตัวนั้นต้องย้ายไปเล่นให้กับ ปีเตอร์โบลล์ ในปี 1982 ด้วยค่าตัว 4,000 ปอนด์ และการย้ายไปครั้งนี้ของเขาดูเหมือนจะส่งผลสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่กับสโมสรปีเตอร์โบลล์ ซีแมนได้ขัดเกลาฝีมือในการเชฟลูกสำคัญๆอยู่เป็นประจำนั้น ทำให้ในปี 1984 เขาได้ถูกดึงตัวไปเล่นให้กับสโมสร เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ด้วยค่าตัว 100,000 ปอนด์

เขาได้กลายมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ได้ในไม่ช้าและก็ยังไม่สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์อะไรได้เลย ทำให้เขาต้องออกเดินทางอีกครั้งเมื่อช่วงเดือน สิงหาคม 1986 ซีแมนได้ย้ายไปเล่นให้กับควีนส์ปาร์กเรนเจอร์ ด้วยราคาค่าตัว 225,000 ปอนด์

เจ้าตัวสามารถโชว์ฟอร์มการเชฟลูกอันตราย ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นปราการณ์ด่านสุดท้ายที่เพื่อนๆในทีมต่างไว้ใจ จนนั้นทำให้เขามีชื่อ ติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในปี 1988 ด้วยการนำทีมของ บ็อบบี้ ร็อบสัน ในศึกฟุตบอลกระชับมิตร และการได้รับโอกาสครั้งนี้ของเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ ร็อบสัน ผิดหวังเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

ประวัติ เดวิด ซีแมน
ประวัติ เดวิด ซีแมน

การคว้าตัว เดวิด ซีแมน มารักษาประตูให้ทัพ อาร์เซน่อล

จนทำให้ในปี 1990 อาร์เซน่อล มีความต้องการได้ผู้รักษาประตูมือกาวคนนี้ไปเฝ้าเสาเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดยอมทุ่มเงินถึง 1.3 ล้านปอนด์ในการคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพ และเหมือนการมายังทัพเดอะกันเนอร์ครั้งนี้ของเจ้าตัวเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นอย่างมาก เพราะในฤดูกาล 1990/1991 เขาลงเป็นตัวจริงให้กับทีม 38 เกมส์ แต่เสียประตูเพียงแค่ 18 ลูก

เท่านั้นยังไม่พอในปี 1993 เขายังช่วยให้ทีมคว้าดับเบิลแชมป์ไปครองได้อีกอย่างแชมป์ เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพ และในปีถัดมาเขาก็ช่วยเชฟจุดโทษทำให้ปืนใหญ่เอาชนะ มิลวอลล์ ส่งผลให้เดอะกันเนอร์คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยนวินเนอร์ คัพ ไปครองได้อีกด้วยและถือว่านี้เป็นถ้วยยุโรปใบแรกของเจ้าตัวอีกด้วย

และในปี1996 อาร์เซน่อล ได้เปลี่ยนถ่ายยุคใหม่ด้วยการเข้ามาของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง อาแซง เวนแกอร์ ซีแมนก็ยังได้รับเลือกให้เป็นปราการณ์ด่านสุดท้ายเหมือนยังเดิม และได้ระเบิดฟอร์มโหดอีกครั้งในฤดูกาล 1997/1998 ในการลงเล่น 38 นัด และเสียไปเพียง 17 ประตู และการเชฟมือแทบหนักของเขาในปีนั้นก็ช่วยให้อาร์เซน่อลคว้าดับเบิลแชมป์ได้อีกครั้งด้วย

การพาทีม คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ ก่อนทีในอีก 4 ปีอย่างในปี 2001/2002 เขาก็ได้ช่วยทีมคว้าดับเบิลแชมป์อีกครั้งหนึ่ง  ด้วยการเชฟลูกจุดโทษของผู้เล่นทีมแอสตันวิลล่า จึงส่งผลให้อาร์เซ่น่อลชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 เรียกได้ว่าเขาเป็นตัวสำคัญที่ช่วยให้ทีมอาร์เซน่อลประสบความสำเร็จมากมายก่อนที่จะได้ลาจากสโมสรอันเป็นที่รักของเขา

ในช่วงฤดูร้อน ปี 2003 เขาก็ย้ายไปร่วมทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ แต่ดูเหมือนการไปครั้งนี้เจ้าตัวเหมือนจะเป็นช่วงปั้นปลายอาชีพของเขาแล้วเพราะเจ้าตัวนั้นมีอายุถึง 39 ปี เท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เหมือนกับตอนที่อยู่ อาร์เซน่อล ได้อีกและยังบาดเจ็บอยู่บ่อยๆทำให้เขานั้นต้องถูกดรอปเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ในปีถัดมาอย่างปี 2004 เขาก็ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการในอายุ 40 ปี